Blog

Keyword คืออะไร? หลักการหา Keyword ที่ชาว SEO ควรรู้

keyword คืออะไร หลักการหาคีย์เวิร์ด

Keyword คืออะไร สำคัญกับ SEO อย่างไร ?

Keyword คือ คำค้นหาที่ใช้ค้นหาข้อมูลที่เราต้องการบน Search Engine ไม่ว่าจะเป็น สินค้า บริการ เว็บไซต์ และวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ  ตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการค้นหาคอนโดใกล้แนวรถไฟฟ้า คีย์เวิร์ดที่เราใช้ในการค้นหาอาจจะเป็น คอนโดติดรถไฟฟ้า คอนโดใกล้ BTS MRT ฯลฯ

การเลือกใช้ Keyword ให้เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือ เว็บไซต์ของเราจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการของเราได้ และ ทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับและอยู่ในหน้าแรกของ Google ได้ง่ายขึ้นด้วย

Keyword จึงเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างลูกค้ากับเว็บไซต์ หากเราเลือก Keyword ได้แม่นยำ ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก็มีโอกาสที่ผู้ใช้งานจะค้นหาเว็บไซต์ของเราเจอ และเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากขึ้นนั่นเอง

3 ประเภทของ Keyword ที่ควรรู้ก่อนทำ SEO

1. Brand Keyword

Brand Keyword คือ Keyword ที่มีความหมายเจาะจงไปที่แบรนด์อย่างชัดเจน การใส่ Brand Keyword ในเว็บไซต์ จะช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ และช่วยให้ กลุ่มเป้าหมายเจอเว็บไซต์หรือข้อมูลของแบรนด์เราได้ง่ายมากขึ้น

ตัวอย่าง Brand Keyword : รองเท้า Nike รองเท้า Adidas น้ำแร่ Vichy ฯลฯ

2. Generic Keyword

Generic Keyword คือ Keyword ที่มีความหมายกว้าง ๆ ไม่เฉพาะเจาะจง เป็นคำที่มี Search Volume สูง (ปริมาณการค้นหา) ถ้าหากสามาถทำให้เว็บไซต์ติดอันดับด้วย Keyword ประเภทนี้ได้ จะทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่เนื่องด้วยเป็น Keyword ที่มี Search Volume สูง จึงทำให้คู่แข่งก็มีมากเช่นกัน

ตัวอย่าง Generic Keyword : บ้านเดี่ยว สินเชื่อ ประกันรถ ลิปสติก ฯลฯ

3. Long tail Keyword

Longtail Keyword คือ Keyword ที่มีความเฉพาะเจาะจงมาก ๆ และบอกความต้องการของคนที่ค้นหาได้อย่างชัดเจน แต่ Search Volume อาจจะน้อยกว่า Generic Keyword

ตัวอย่าง Longtail Keyword : บ้านเดี่ยวราคาไม่เกิน 5 ล้าน สินเชื่อสำหรับข้าราชการ ประกันรถยนตร์ชั้น 2 ฯลฯ

การรู้ประเภทของ Keyword ช่วยให้รู้ว่าแบรนด์ของเราควรเน้น Keyword ประเภทไหน เช่น ถ้าแบรนด์ขนาดใหญ่และเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้ว ควรเน้น Generic keyword แต่ถ้าเป็นแบรนด์ขนาดเล็ก เพิ่งเริ่มธุรกิจ อาจต้องเริ่มจาก Longtail keyword ที่การแข่งขันต่ำก่อน

ปัจจัยที่ใช้ในการเลือก Keyword

1. Search Volume

Search Volume คือ จำนวนการค้นหาของ Keyword นั้น ๆ ใช้บอกความนิยมของ Keyword แต่ละคำ โดยทั่วไป ยิ่ง Search Volume สูง ก็แปลว่ามีคนค้นหาเยอะ และมีโอกาสที่จะนำ Traffic เข้ามาในเว็บไซต์สูงด้วย หากเราติดอันดับด้วย Keyword คำนี้

2. ความสัมพันธ์ระหว่าง Keyword กับเนื้อหาในหน้าเว็บ

การเลือก Keyword ที่มีความสัมพันธ์กับสินค้าหรือธุรกิจของเรา จะทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับได้ง่าย เพราะเนื้อหามีความเป็นธรรมชาติ และยังเป็นเกณฑ์หนึ่งที่ Google ใช้จัดอันดับเว็บไซต์ด้วย

3. ระดับการแข่งขัน

การทำ SEO แต่ละ Keyword ย่อมมีคู่แข่งแตกต่างกันไป บางคำอาจจะง่าย บางคำอาจจะยาก ซึ่งคำที่ยากอาจจะใช้เวลาในการไต่อันดับนานกว่า ขึ้นอยู่กับตลาดของ Keyword นั้น ๆ ส่วนการดูว่า Keyword คำไหนยากหรือง่าย สามารถใช้ค่า Keyword Difficulty ใน Tool อย่าง Moz และ Ahrefs เป็นแนวทางการตัดสินใจได้

Tools ยอดนิยมที่ใช้ในการค้นหา Keyword

เนื่องจากมี Tools มากมายที่ใช้หาคีย์เวิร์ดได้ เราจึงขอยกตัวอย่างเฉพาะ 3 Tools ยอดนิยมในการหาคีย์เวิร์ดที่ใช้งานง่ายและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. Google Keyword Planner
  2. Google Search Console
  3. Ahrefs

1.Google Keyword Planner

google keyword planner logo

Google Keyword Planner เป็นเครื่องมือหนึ่งใน Google Ads นับเป็น Tool ที่น่าเชื่อถือที่สุด เพราะเป็นของ Google โดยตรง สามารถใช้หา Keyword และ Search Volume ในแต่ละพื้นที่ และช่วงเวลาได้ ใช้งานง่าย แต่มีเงื่อนไขว่า ถ้าอยากเห็นจำนวน Search Volume แบบเป๊ะ ๆ ต้องเสียเงินลงโฆษณากับ Google ด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะเห็นแค่ตัวเลขคร่าว ๆ เท่านั้น

ขั้นตอนการหาคีย์เวิร์ดด้วย Google Keyword Planner

  1. เข้าเว็บ https://ads.google.com/home/ หลังจากนั้นใส่ login อีเมล์ของ Gmail แล้วกด Enter เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
keyword คืออะไรและวิธีใช้ keyword planner

2. เมื่อ Login เข้าได้แล้วให้มองหาเมนูด้านบน จากนั้นให้กดเข้าไปที่ Tools & Settings แล้วเลือก Keyword Planner

3. เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอ 2 เมนูหลัก

  • หากยังมีไอเดีย Keyword ไม่มากและต้องการหา Keyword เพิ่มเติม ให้เลือก Discover new keywords 
  • หากมี Keyword อยู่แล้ว แต่ต้องการหา Search Volume ก็เลือก Get search volume and forecasts ได้เลย
เมนูการหาคีย์เวิร์ด

4. มาเริ่มที่เมนู Discover new keywords กันก่อน เมื่อเข้ามาแล้ว เราสามารถใส่ไอเดียคีย์เวิร์ดที่ต้องการจะหา โดยสามารถใส่คีย์เวิร์ดได้สูงสุด 10 คำ แล้วกดดูผลลัพธ์ Tool ก็จะแสดง Keyword ที่ใกล้เคียงกับคำเหล่านั้นด้านล่าง

การหาคีย์เวิร์ด Discover new keywords
ผลลัพธ์ของการหาคีย์เวิร์ด

หากต้องการหา Keyword ที่เป็นที่นิยมในโลเคชั่นใด หรือช่วงเวลาใด ก็สามารถปรับแต่งได้ที่แถบด้านบนนี้เลย

5. เมื่อเราได้คีย์เวิร์ดตามที่เราต้องการแล้ว สามารถกดดาวน์โหลดแนวคิดคียเวิร์ด ออกมาเป็นไฟล์ excel ได้อีกด้วย

วิธีการดาวน์โหลดคีย์เวิร์ด

6. ส่วนเมนู Get search volume and forecasts ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แค่ใส่ Keyword ที่เราต้องการค้นหาเข้าไปแล้วกดเลือก Historical metrics Tool ก็จะแสดง Search Volume ออกมาเช่นเดียวกัน

การหาคีย์เวิร์ดแบบ Get search volume and forecasts

2. Google Search Console

google search console logo

Google Search Console เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือฟรีจาก Google ที่เอาไว้ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทำเว็บไซต์ของคุณ และมีฟีเจอร์อื่น ๆ ให้ลองเล่นอีกมากมาย แต่ฟีเจอร์เด่น ๆ ของ Google Search Console ก็คือสามารถดูได้ว่าคนเข้าเว็บไซต์เราโดยค้นหาจากคีย์เวิร์ดอะไร แต่มีข้อเสียคือ จะดูได้แค่เว็บไซต์ของเราไม่สามารถดูของคู่แข่งได้

ขั้นตอนการหาคีย์เวิร์ดด้วย Google Search Console

  1. เข้าเว็บ https://search.google.com/search-console/about หลังจากนั้นกด Start now เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป
วิธีหาคีย์เวิร์ดใน google search console

2. จากนั้นระบบจะให้ Login ด้วยบัญชีของ Google Search Console หรือ บัญชี Gmail ที่เราสมัครไว้ เมื่อเข้ามาแล้วจะเจอหน้าตาแบบนี้

Dashboard google search console

3. วิธีการดูคีย์เวิร์ดจาก Google Search Console ให้เข้าไปที่ Performance > Search results ในแถบด้านซ้ายมือ

วิธีการดูคีย์เวิร์ดจาก Google Search Console

เมื่อเข้ามา ระบบจะแสดงข้อมูลดังต่อไปนี้

  • Total clicks: จำนวนการ click เข้ามาในเว็บไซต์ของเรา
  • Total impressions: จำนวนครั้งที่เว็บไซต์ของเราแสดงในหน้าผลการค้นหาของ Google
  • Average CTR: สัดส่วนของคนที่เห็นเว็บไซต์ของเราแล้ว click เข้ามา 
  • Average position: ค่าเฉลี่ยอันดับของเว็บไซต์ของเราบน Google

4. ต่อมาในหน้าเดียวกันด้านล่าง ระบบจะแสดง Keywords ที่มีคนค้นหาจาก Google แล้วมาเจอเว็บไซต์ของเรา

Dashboard Keywords ที่มีคนค้นหาจาก Google

หรือเราสามารถเลือกได้ว่า URL ไหนมีคน click เข้ามาเยอะสุด โดยกดที่ pages ในเมนูด้านบน

Dashboard หน้า URL ที่มีคน click เข้ามาเยอะสุด

5. สามารถเลือกดูคีย์เวิร์ดเฉพาะ URL ได้ว่า URL นี้มีคีย์เวิร์ดอะไรเข้ามาบ้าง โดยเข้าไปที่ New > Page

วิธีเลือกดูคีย์เวิร์ดเฉพาะ URL

แล้วใส่ URL ที่ต้องการลงไปแล้วกด Apply

การหาคีย์เวิร์ดโดยใส่ URL เฉพาะหน้านั้น

หลังจากนั้นตัว Google Search Console จะแสดงคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาแล้วเข้ามาในหน้า URL นั้น ๆ

Dashboard หน้าคีย์เวิร์ดที่มีคนค้นหาแล้วเข้ามาในหน้า URL นั้น ๆ

3. Ahrefs

ahrefs logo

Ahrefs คือเครื่องมือหนึ่งในการทำ SEO ที่นิยมใช้กันมากเพราะนอกจากจะช่วยวิเคราะห์คู่แข่งได้แล้ว ยังสามารถหาไอเดียคีย์เวิร์ดจากทั้งเว็บไซต์คู่แข่งและเว็บไซต์ของเราเอง แต่ข้อเสียคือ จำเป็นต้องเสียเงินสมัครสมาชิกหากต้องการดูข้อมูลจำนวนมาก และ Search Volume จะไม่ตรงกับ Google Keyword Planner

ขั้นตอนการหาคีย์เวิร์ดด้วย Ahrefs

  1. เข้าเว็บ https://ahrefs.com/ หลังจากนั้น Sign in
ขั้นตอนแรกของการหาคีย์เวิร์ดด้วย Ahrefs

2. เมื่อ Sign in เข้ามาแล้ว ให้ใส่ชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการรู้ว่าติดอันดับด้วย Keyword อะไรอยู่บ้างลงไปในช่องนี้เลย

การหาคีย์เวิร์ดด้วยชื่อเว็บไซต์

3. เมื่อเราใส่เว็บไซต์ที่ต้องการแล้ว จากนั้นให้กดที่ Organic keywords เพื่อดูว่าเว็บไซต์นี้ติดอันดับด้วย Keyword อะไรบ้าง

วิธีดูว่าเว็บไซต์ติดคีย์เวิร์ดอะไรบ้าง

4. หลังจากนั้นจะเจอคีย์เวิร์ดทั้งหมดที่เว็บไซต์ของเราติดอันดับอยู่  Search Volume อันดับ และ URL แต่ข้อเสียคือ เราอาจจะต้องคัดกรองคีย์เวิร์ดอีกทีเพราะอาจมีคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่มีความหมายรวมอยู่ในนี้ด้วย

Keyword ทั้งหมดที่เว็บไซต์ของเราติดอันดับอยู่

5. สามารถกดดาวน์โหลดแนวคิดคียเวิร์ด ออกมาเป็นไฟล์ excel ได้ โดยกดปุ่ม export ตามรูปด้านล่างนี้ได้เลย

วิธีกดดาวน์โหลดแนวคิดคียเวิร์ดออกมาเป็นไฟล์ excel

จากนั้นจะมีให้เลือกว่าจะดาวน์โหลดแบบไหน

  • Quick export: ดาวน์โหลดแค่ 1,000 คำแรก
  • Full export: ดาวน์โหลดคีย์เวิร์ดทั้งหมด
  • Custom: สามารถเลือกได้ว่าเราอยากได้คีย์เวิร์ดกี่คำ เช่น 500 คำเป็นต้น
ประเภทของการดาวน์โหลดคีย์เวิร์ด

การหาคีย์เวิร์ด หรือการทำ Keyword Research เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก และไม่ควรมองข้าม เพราะว่าถ้าไม่เลือก Keyword ให้ดี เว็บไซต์ของคุณจะไม่ติดอันดับ แต่ถ้าเลือก Keyword ดี ก็มีโอกาสที่เว็บไซต์ของคุณจะประสบความสำเร็จมากกว่าและเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการได้มากขึ้นนั้นเอง

Related Posts


YouTube SEO วิธีทำให้วีดิโอติดหน้าแรก YouTube Search ที่แบรนด์ต้องห้ามพลาด

11 February 2021

YouTube SEO: วิธีทำให้วิดีโอติดหน้าแรก YouTube Search ที่แบรนด์ต้องห้ามพลาด

Youtube SEO คืออะไร? ทำไมต้องรู้! มาดู 6 วิธีการทำ Youtube SEO แบบง่าย ๆ ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณติดอันดับผลการค้นหาได้ในระยะยาวกัน!

เทคนิคการเขียนบทความ SEO ให้ติดหน้าแรกได้จริงใน 90 วัน

26 January 2021

10 เทคนิคการเขียนบทความ SEO ให้ติดหน้าแรกใน 90 วัน

รวมเทคนิคการเขียนบทความตามหลัก SEO วันนี้เราจะมาเผยเคล็ดลับว่าการทำคอนเทนต์ให้ติดหน้าแรก Google มีวิธีการเขียนกันอย่างไร